The moon

posted on 09 Oct 2009 03:41 by joyu
เรื่องมีอยู่ว่า…
นานมาแล้ว...สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวง
มีพระจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง...
กับ
...อีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย
และพระจันทร์สองดวงนี้...ต่างก็รักกันมาก
ดวงจันทร์ทั้ง 2
ไม่เคยแยกห่างจากกัน

ทุกๆคืนเมื่อมองไปบนฟ้า...
จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่อยู่เคียงข้างกัน...เสมอ
 
แต่แล้ววันหนึ่ง
ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์
ทำให้ดวงจันทร์หลงใหลในแสงเจิดจ้า...ของดวงอาทิตย์
จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไป...
ทีละน้อยๆ
จนแยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด

เมื่อค่ำคืนมาถึงจึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่เพียงดวงเดียว
ดวงจันทร์ดวงนั้นจึงได้แต่...
ตามหาดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง
คืนแล้วคืนเล่า...
 
ผ่านไป...
ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหา
ดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ...
ด้วยความคิดถึง...
และ...อยากพบให้เร็วที่สุด
 
ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า...
"หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้คงไม่ได้เจอแน่ๆ”
จึงตัดสินใจ…
ระเบิดตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปทั่วทั้งจักรวาล...
เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น...
ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น

เมื่อเวลาผ่านไป
ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้เห็นถึงความจริงว่า
แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้าสวยงามสักปานใด
แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้านั้นแต่เพียงตนเท่านั้น
ยังส่องแสงไปยังดวงอื่นๆอีกมากมาย
ดวงจันทร์จึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง…
 
แต่หาเท่าไหร่ก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ

ต่อมาจึงได้รู้ว่า…
ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง
เพียงเพื่อตามหาตนจนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ

ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่า
ไม่มีวันที่จะได้เจอกับดวงดาวผู้ชาย
อีกต่อไปแล้ว...
จึงได้แต่โศกเศร้าเสียใจ

แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของ
ดวงจันทร์ผู้ชายมีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง…
ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสงที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิด
ของตนส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง

เกิดเป็นแสงพร่างพราย
เต็มท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์
 
จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาว...
ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้
 
-------------------
 
สังเกตมั้ยว่า...
คืนใด...ที่ดวงจันทร์เต็มดวง
จรัสแสงประกายเจิดจ้า มากที่สุด...
คืนนั้นท้องฟ้าไร้ดวงดาว
แต่...หากคืนใดที่เมฆน้อยบดบัง
ดวงจันทร์ไปหมดสิ้น
ค่ำคืนนั้น
เรากลับได้เห็นดวงดาว....
ทอแสงเต็มท้องฟ้า
 
บางที...การที่เรามัวแต่ไปแคร์คนอื่น
จนลืมคนข้างๆตัวเองไปแล้ว
มันช่างเป็นอะไรที่น่าเศร้านะ
 
ไม่ว่าจะทำไปสักเท่าไร...
ก็ไม่มีทางหันกลับมามองคนสำคัญ
ข้างๆตัวเราอยู่ดี
 
......
กว่าจะรู้ตัว
เค้า ก็ คง จาก ไป เสีย แล้ว
ถึงตอนนั้น
คำว่า...
"สายไปเสียแล้ว"
คงจะมีความหมายขึ้นมาแล้วจริงๆ 

edit @ 9 Oct 2009 03:50:28 by JasonX

edit @ 9 Oct 2009 03:56:35 by JasonX

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By Nart on 2009-10-09 09:22

ด้วยคน

#2 By เปสโลภิกขุ on 2009-10-09 13:05

พระจันทร์ชายลงทุนเหลือเกิน

#3 By กัณฐ์ on 2009-10-09 17:57

เรื่องนี้ชอบให้เองดีก่าbig smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By JasonX on 2009-10-10 16:25

ชอบอะ

#5 By groundfloor (61.90.22.31) on 2009-10-11 16:09

อ่านแล้วรู้สึกดีน่ะ
"ถ้ามัวแต่แคร์คนอื่น แล้วลืมคนสำคัญของตัวเอง"

#6 By (222.123.186.104) on 2009-10-11 21:34