หลงลืม.."ตัวตน"

posted on 05 Sep 2009 20:32 by joyu

นานมาก.....ที่ฉันไม่ได้กลับมาที่บล้อก แห่งนี้....

ไดอารี่เล่มเล็กๆในโลกไซเบอร์ที่ฉันเคยขนันอัพมันบ่อยๆ

 กลับมาวันนี้ อ่านเรื่องเก่าๆแล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลัง"หลงลืม" อะไรไปบางอย่าง

"ตอบไม่ได้" ว่าคืออะไร...ที่รู้ๆ มันรู้สึกเศร้าใจ...

----------------------------

อีกครั้งที่ฉันเปิดดูเวปไร้สาระไปเรื่่อยๆ...เรื่อยๆ...และเรื่อยๆ

อีกด้านของความความคิด ก็กระตุ้นให้ลองหาอะไรที่เกี่ยวกับธรรมะดู

วันนั้น..ฉันนั้งฟังบรรยายธรรม..แทนที่จะเปิดเพลงสากล

(เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย)ที่คนอื่นๆและฉันนิยมจะฟังเวลาว่าง

------------------------------

 

มีน้องคนนึงมาเคาะห้อง....ฉันเปิดประตู

น้องคนนั้นถามฉันว่า "พี่....ทำไรอ่ะ"

"......"

"อ๋อ ฟังเสียงธรรมมะน่ะ..." ฉันตอบ

น้องคนนั้นก็พูดอะไรต่ออีกมากมาย

ที่ฉันไม่ได้จับได้ถึงความสำคัญเท่าไรนัก

ก็รู้อยู่กลายๆเหมือนประมาณว่า...

"พี่เป็นไรมากมั้ย..เนี่ยะ" ประมาณนี้

ซึ่ง...ฉันไม่เข้าใจว่ามันแปลกอะไรตรงไหน

คนเราหนึ่งคนจะสรรหาอะไร ที่มันจะทำให้จิตใจมันดีขึ้นนี่มันแปลกมากเลยรึไงนะ?

จะนั้งฟังธรรม...กับเขาบ้างนี่มันตลกนักรึไงเนี่ยะ 

---------------------------------

หรือว่าจะให้มีเรื่องทุกข์ร้อนใจก่อนถึงจะเข้าหาทางธรรมเท่านั้นหรอ

อื่ม......ยุคสมัยนี้ช่างน่าเศร้า...จริงๆ

 -------------------------

เหนื่อย...เหนื่อยมาก....

ฉันเผลอเดิมตามทางเหล่านั้นไปได้ไง

เหมือนฉันจะลืมความเป็น"ตัวตน" ของฉัน

แล้วก็คล้อยตามความคิดของคนอื่นที่อยู่รอบข้าง....

หนทางที่จะกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้

คืออะไรนะ?....คำถามนี้ขอใช้เวลาตอบตัวเองก่อนก็แล้วกัน

----------------------------------------------

ฉันเคยเอ่ยชักชวนเพื่อนทำบุญบ้าง

หาเวลาตื่นแต่เช้าใส่บาตรทุกเช้าบ้าง(แต่ก็ทำได้ไม่ทุกเช้านะ...)

........... 

วันหนึ่งฉันตัดสินใจร่วมงานล้างป่าช้า

ซึ่งจะต้องมีการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ก่อนทำพิธี 1-2 วัน

ฉันซึ่งไม่มีชุดขาวทั้งชุด จึงตัดสินใจยืมชุดขาวของแม่เพื่อน 

ในระหว่างนั้น...เพื่อนๆของฉันกลับชวนฉันไปกินหมูกระทะ ซะอย่างนั้น

 

เพื่อนคนที่ 1 : ไปกินหมูกระทะกัน...

ฉัน : เอ่อ...เราไปกินไม่ได้ เพราะต้องถือศีล

เพื่อนคนที่ 1 : ทำไมถึงกินไม่ได้?

ฉัน : เราต้องรักษาศีลให้บริสุทธิ์ก่อนที่จะไปทำพิธีน่ะ

เพื่อนคนที่ 1 : แกจะไปจริงๆหรอ...เค้าว่าถ้าจิตไม่แข็งพอ เค้าจะตามมานะแก!!!

เพื่อนคนที่ 2 : ใช่ๆบางคนป่วยกลับมาเลยนะ

เพื่อนคนที่ 3 : ไปทำแล้วขยะแขยงเค้า..มันบาปนะแก จะทำได้หรอ

(โห...ดูแคลนกันสุดๆ..)

ฉัน : ได้ดิ....ก็เรารักษาศีลอยู่นี่ไง เมื่อใจตั้งมั่นแล้ว อะไรก็ไม่กลัวหรอกนะ

        เราไป เราก้ไปช่วยเค้านะเว้ย....เรามั่นใจว่าทำได้ว่ะ

เพื่อน(จำไม่ได้ว่าคนไหน) : ไปเหอะๆ นานๆมาที แกกินแต่ผักก็ได้

ฉัน : ........(เอ่อ...ผักหรอ)

ฉัน : เฮ้ย....ถึงกินผัก ผักมันก็ไปอยู่ในน้ำซุป น้ำซุปก็ทำจากกระดูกหมูนี่หว่า....

เพื่อน(จำไม่ได้เหมือนเดิม) : แกไปเหอะ นะๆ นั้งเฉยๆไม้ต้องกินก็ได้ กินแต่น้ำก็ได้

(โหย....อาหารอยู่ตรงหน้าแต่ทานไม่ได้  ช่างคิดกันได้เน้อะ...แต่ไม่พูด)

-----------------------------------------

วันนั้นฉันปฎิเสธเพื่อนไม่ได้เลยต้องไป

แล้วก็กินได้แค่น้ำเป็บซี่อย่างเดียว

ในใจฉันคิดขึ้นมาทันที่เลยว่า

"มารผจญ" กำลังทดสอบเรา.....

ถึงยังไง....พิธีนั้น ฉันก็มีส่วยได้ช่วย ศพ ทารกน้อย 2 ศพ

อย่างมีความสุข... 

 

และ....จนถึงวันนี้

ฉันตัดสินใจถือศีลบวชชีพราหมณ์(แต่ไม่ได้โกนผม)

เพราะใจอยากมาตั้งนานและอยากทดแทนบุญคุณ

ให้พ่อกับแม่...

ฉันเลือกตัดสินใจไม่ติดต่อใครทั้งนั้น

บอกเฉพาะบางคนให้รู้เท่านั้นว่าฉันกำลังจะทำอะไร และไปที่ไหน

.................... 

แม่ : อยากบวชหรอ....ก็ดีนะ แต่ทำไมไม่เรียนให้จบก่อนหล่ะ

  ช่วงนี้ใกล้สอบไม่ใช่หรอ....ทำไมมาคิดเรื่องนี้             

ไม่คิดเรื่องที่จะสอบก่อนหล่ะ?                                  

ฉัน : ก็คิดก่อนไงแม่....อยากบวช เลยบอกไว้ก่อน               

ส่วนเรื่องสอบน่ะก็ใช่...ไม่รู้ว่าหลังเรียนจบจะมีเวลา     

ได้บวชมั้ย...ถ้ามี ก็บวชอีกรอบ...เอาบุญๆ อิอิอิ            

-------------------------------------

แต่...ในขณะที่อีกหลายๆคนที่ฉันบอก

เขากลับทำหน้าเฉยชา

และ...พูดด้วยน้ำเสียงที่ฉันไม่รู้จะว่าไงต่อว่า

"ก็ดี...."บ้าง

"แน่ใจหรอว่ะ"บ้าง

"......"สีน่าตกตะลึงเหมือนไม่เชื่อบ้าง

"เห็นจะทำๆ...ไม่เห็นแกเคยทำได้ซักที"บ้าง....

(อื่ม...อันนี้คงเด็ดสุดเลยมั้ง)

 ......

และก็อย่างที่บอก......ฉันยังต้องสอบ....แต่ฉันก็ต้องบวชให้ได้ด้วยเช่นกัน 

--------------------------------------------------------

 

พอแล้วดีกว่า.....ฉันคิดว่า

ฉันเลือกที่อยู่กับความสุขในสิ่งที่ทำ

มากกว่าจะเลือกความทุกข์ที่มาพร้อมกันแบบนี้........ 

edit @ 5 Sep 2009 21:30:30 by JasonX

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! Hot! Hot!

สุขทุกข์ย่อมมาด้วยกันครับ ขึ้นกับว่าจะอิ่มเอมกับสุข หรือหมองหม่นกับทุกข์big smile

#1 By mammoz on 2009-09-05 21:30

ผมเคยถามตัวเองนะ(ตอนนั้นทำโครงงานเรื่องหนึ่งแต่เสร็จไม่ทันเปิดเทอม) ว่าภูมิใจกับสบายใจจะเอาอะไร ถ้าทำต่อให้เสร็จมันก็ภูมิใจแต่เรื่องเรียนก็จะตามไม่ทันและไม่มีเวลาทำงานอื่น แต่ถ้าไม่ทำมันก็จะสบายใจละแน่ๆ ถึงจะเสียดายเวลาที่เสียไปช่วงปิดเทอมก็ตาม

สุดท้ายผมก็เลือกที่จะหยุดโครงงานนี้ไว้ เลือกที่จะทำในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขไม่เกิดโทษกับใคร หากว่าปิดเทอมนี้ผมอาจจะได้ทำโครงานต่อ

ปล.ผมคิดว่าไม่มีใครหลงลืมตัวหรอก ก็แค่คิดว่ามันคือสิ่งที่ควรทำในเวลานั้นมากกว่า Hot!

#2 By กัณฐ์ on 2009-09-05 22:13

ฉันคนนี้....หรือฉันอีกคน...หรือฉันคนหนึ่ง

ยังไง...ก็ยังเป็น"ฉัน"

#3 By JasonX on 2009-09-05 22:42

ขอให้พบความสงบสุข ในทางที่เลือกนะคะ

#4 By Pat on 2009-09-05 22:51

ดีจังเลย ได้ทำล้างป่าช้าด้วย
ผมอยากทำนะ แต่จิตรผมไม่แข็งพออ่ะเด่ะ

- -

#5 By Mr.Metal on 2009-09-06 03:55

ขออนุโมทนาบุญที่ทำไปด้วยนะคะbig smile

แม่เคยไม่ให้ไปปฏิบัติธรรม ตอนช่วงสอบadmissionเหมือนกันคะ
ก็รู้สึกติดขัดในใจเหมือนกัน ที่ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้
แต่หลังจากนั้นถึงสี่ปี ถึงมีโอกาสได้กลับไปปฏิธรรมอย่างที่ตั้งใจไว้ อีกทั้งคุณแม่ยังพาไปวัดเองด้วย

ยังไงก็ขอให้สู้เค้านะคะ confused smile Hot!

#6 By Sudative* on 2009-09-06 12:25

ขออนุโมทนาด้วยครับ

ผมว่า บางครั้งความเป็นตัวตนของตนเอง ไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่คนอื่นเขายอมรับ หรือทำในสิ่งที่ควรจะเป็น
แต่ ทำในสิ่งที่เราสบายใจ หรือ พอใจที่จะทำและเป็นต่อไป ดีกว่า นั่นถึงจะเรียกว่าตัวตนของตนเอง

#7 By bossxiii on 2009-09-06 12:57

ขอให้มีความสุขในสิ่งที่ได้ทำครับผม
ความเป็นอนัตตาคือสิ่งที่ดีครับ

#8 By bong บงๆ on 2009-09-07 00:42